มาทำความรู้จักกับ BMW

มาทำความรู้จักกับ BMW

ทุกวันนี้ทุกคนคงจะไม่มีใครไม่รู้จักรถสุดหรูอย่างยี่ห้อ BMW ที่เรียกได้ว่าคนที่มีฐานะดีนิยมเลือกซื้อกันเป็นอย่างมากวันนี้เรามาทำความรู้จักกับแบรนด์รถสุดหรูหราจากฝั่งยุโรปกันดีกว่า บีเอ็มดับเบิลยู ย่อมาจาก ภาษาเยอรมันคำว่า Bayerische Motoren Werke และ อังกฤษ Bavarian Motor Works ที่เป็นบริษัทผลิตรถจากประเทศเยอรมนี และตั้งอยู่ที่มิวนิก ที่ผลิตทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ตั้งแต่ ค.ศ. 1916 ซึ่งตอนนี้กลายเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ลำดับที่ 12 ของโลก และยังมีฐานการผลิตในหลายประเทศเช่นที่ ประเทศเยอรมนี สหราชอาณาจักร จีน แอฟริกาใต้ อินเดีย บราซิล และสหรัฐอเมริกรถยนต์ รถยนต์ BMWS  Thailand ได้นำเข้ามาขายในประเทศไทยของเราได้เป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.250 โดย บริษัท เอเซีย มอเตอร์บางกอก จำกัด นำเข้ามาจำหน่าย ซึ่งอยุ่ภายใต้การบริหารของ คุณอรรถพร และคุณอรรถพงษ์ ลีนุตพงษ์ และยังเป็นการนำเข้ามาจากตัวแทนของประเทศสิงคโปร์ ซึ่งได้รับความสำเร็จเป็นอย่างมากเลยทีเดียว โดยการที่มียอดการขายของรถยนต์ที่เรียกได้ว่าสูงที่สุดในทุกๆภูมิภาค

ความนิยมของรถ BMW ในในประเทศไทย

เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาเมื่อ BMW Thailand ได้สรุปยอดขายของรถยี่ห้อ BMW ทั้งรถยนต์ และ รถมอเตอร์ไซค์ ในปี 2560 เป็นครั้งแรกที่ยอดขายพุ่งทะลุหลักหมื่นรวมทั้งสิ้นเป็นจำนวนถึง 11,030 คัน แบ่งเป็นแบรนด์ BMW 10,020 คัน ที่เหลือเป็นแบรนด์ MINI โดยเหตุผลหลักๆที่ทำให้ยอดขายเติบโตเกิดจากแผนการสนับสนุนการเงินของ Freedom Choice ที่ทำให้การได้เป็นเจ้าของรถง่ายขึ้น และยอดขายของมอเตอร์ไซค์ปีที่ผ่านมาทำไปได้ถึง 2,001 คัน เพราะมีการประกอบภายในประเทศถึง 8 รุ่น ซึ่งมีผู้บริโภคที่ชื่นชอบความเร็วเป็นการส่วนตัวนั้นสามารถเข้าถึงรถได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมเป็นอย่างมาก ทำให้เรียกได้ว่าแบรนด์นี้ได้เติบโตถึง 39% ด้วยการสร้างสถิติยอดขายต่อปีที่ดี โดยเฉพาะ BMW ในประเทศไทย ที่ได้สร้างผลงานอันน่าประทับใจเป็นอย่างมากด้วยอัตราการเติบโตของแบรนด์ BMW ปีต่อปีถึง 43% ซึ่งก็สามารถเรียกได้ว่าสูงที่สุดในเครือข่ายของ BMW ทั่วทั้งโลกเลยก็ว่าได้

ถ้าหากจะมองตลาดรถยนต์ที่มีความหรูหราในไทย ถ้าหากเทียบกับตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียมอย่างเยอรมันก็อาจจะพบว่า เมืองเบียร์เป็นเมืองที่มีรถยนต์ระดับพรีเมียมถึง 30% ของทั้งตลาด ดังนั้นประเทศไทยของเราก็จึงมีโอกาสอีกมากมาก แต่มันก็อาจจะต้องขึ้นอยู่ที่เรื่องเศรษฐกิจของประเทศ และการทำMarketingต่างๆของแรนด์ ด้วย แต่เชื่อได้เลยว่าความชัดเจนในเรื่องรถยนต์ไฟฟ้าของแบรนด์ BMW จะต้องสร้างความตื่นตัวและน่ากลัวให้แก่คู่แข่งเป็นอย่างมาก

 

ประสบการณ์ใหม่กับ BMW

เมื่อไม่นานมานี้ BMW Thailand ได้เปิดตัว THE NEW BMW i7 ในแนววคิดที่ว่า ‘FORWARDISM’ ที่เป็นการผ่านประสบการณ์ด้านการขับที่คิดว่าดีที่สุดและมีความมุ่งมั่นด้านความมั่นคงและปลอดภัยเป็นอย่างดียิ่ง และโดดเด่นเพียบพร้อมไปในทุกๆด้านเรียกว่าครบเครื่องกันเลยทีเดียว ที่มีทั้งความสะดวกและความสุขสบาย ความงามที่เป็นความเฉพาะและเป็นเอกลักษณ์อย่างมาก อีกทั้งยังมาพร้อมระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าแบบที่เรียกได้ว่าเต็มรูปแบบซึ่งเป็นรุ่นแรก ด้วยพกำลังแรงรวม 400 กิโลวัตต์/544 แรงม้า ที่ได้มอบอัตราเร่งด้วยแรงบิดสูงสุด 745 นิวตันเมตร  และความพิเศษของรถคันนี้ มีความสามารถในการวิ่งด้วยระบบไฟฟ้าด้วยระยะทางกว่า 625 กิโลเมตร ( WLTP)  โดยเฉลี่ยการขับขี่เป็น กิโลวัตต์/100กม. : 19.6-18.4

 

เปรียบเทียบข้อแตกต่างระหว่าง “รถ EV“ vs “รถน้ำมัน”

รถยนต์ไฟฟ้า

  1.  สามารถชาร์จไฟได้จากที่บ้านได้เลยโดยการติดตั้งเครื่องชาร์จของรถยนต์ไฟฟ้า หรืออาจหาสถานีชาร์จได้
  2.  ในการซ่อมบำรุงรถยนต์ไฟฟ้ามีชิ้นส่วนน้อย และซ่อมได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายไปในตัว
  3.  การใช้งานของเครื่องยนต์จะเงียบกว่า และก็อัตราของการเร่งจะดีกว่า
  4. รถไฟฟ้าจะไม่ปล่อยก๊าซที่อาจก่อมลพิษให้แก่สิ่งแวดล้อม

รถยนต์น้ำมัน

  1. สามารถเติมน้ำมันได้ที่ปั๊มน้ำมันทั่วไป และใช้ยังเวลาในการเติมน้ำมันไม่นาน
  2. มีอะไหล่ที่มากกว่ารถไฟฟ้า เครื่องยนต์ก็อาจจะมีความซับซ้อนมากกว่า
  3. จะมีเสียงที่ดังกว่าถ้าเทียบกับรถไฟฟ้า และอาจจะมีการกระชากของเครื่องยนต์บ้าง
  4. หากยังเป็นรถรุ่นเก่าก็อาจจะปล่อยมลพิษให้แก่สิ่งแวดล้อม หากดูแลรักษาไม่ถูกต้อง

ทั้งนี้ทั้งนั้นการจะเลือกซื้อรถสักคันควรจะมีปัจจัยอื่นๆประกอบการตัดสินใจในการซื้อเพราะเป็นสิ่งที่ต้องใช้ในระยะยาว อีกทั้งยังต้องบำรุงรักษาให้ดีๆ  ควรซื้อที่เราสะดวกต้องการและเหมาะสมกับการใช้งานของเรา และที่สำคัญต้องไม่สร้างความเดือนร้อนให้แก่ผู้อื่น

 

BMW กับการเดินหน้าไปสู่อนาคต

ในการเติบโตและการประสบความสำเร็จอย่างก้าวกระโดดของ BMW Group อันเกิดมาจากความมุ่งมันและพยายามที่จะพัฒนาไปอย่างต่อเนื่องไม่มีที่สิ้นสุด ในทุกๆด้านของรถภายใต้แบรนด์ BMW ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาด้านการปรับโฉมและเทคโนโลยีที่เหนือชั้น ของทั้งรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์รุ่นต่อๆไป เพื่อให้มีประสิทธิภาพที่ดี ตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภค อีกทั้งยังมีการขยายโอกาสเปิดทางเลือกทางด้านบริการหลังการขายให้ลูกค้าเพื่อเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆแก่ลูกค้าในยุคนี้ได้ดีขึ้น โดยการเพิ่มเครือข่ายตัวแทนการขายให้มีหลายแหล่งบริการมากขึ้นทั่วประเทศ